logo2 

 

หน่วยสหกิจศึกษา งานบริการการศึกษา  คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  

15 ถ.กาญจนวณิชย์ อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา 90112

โทรศัพท์ 0-7428-7827  โทรสาร 0-7428-7890

E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สถานประกอบการ

สถานประกอบการเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้นักศึกษาสหกิจศึกษาสามารถพัฒนาทักษะต่างๆ รวมถึงองค์ความรู้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสถานประกอบการจะต้องมีความพร้อมในด้านของบุคลากร นโยบาย งบประมาณ สวัสดิการ ทรัพยากร ฯลฯ และที่สำคัญต้องมีตำแหน่งงานที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษาด้วย ดังนั้นคณะวิทยาการจัดการจึงได้กำหนดบทบาทและหน้าที่ของสถานประกอบการ ดังต่อไปนี้


บทบาทและหน้าที่ของฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์

ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ของสถานประกอบการจะทำหน้าที่ประสานงานกับทางคณะเพื่อจะรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานสหกิจศึกษา รวมทั้งให้คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนจะเข้าปฏิบัติงาน


บทบาทและหน้าที่พนักงานที่ปรึกษา

บุคคลที่สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการปฏิบัติงานของนักศึกษา ให้คำปรึกษา ติดตาม และแนะนำการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ตลอดระยะเวลา 16 สัปดาห์ อาจจะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าส่วนงานซึ่งเป็นผู้มีความสำคัญที่จะทำให้การปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาสำเร็จไปได้ด้วยดี ดังนั้นพนักงานที่ปรึกษาควรมีภาระหน้าที่ ดังนี้

- กำหนดลักษณะงานและแผนงานการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาภายในสัปดาห์แรกของการปฏิบัติงาน พนักงานที่ปรึกษา ควรจะกำหนดขอบข่ายหน้าที่ ตำแหน่งงานของนักศึกษาสหกิจศึกษา รวมถึงแผนการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาเพื่อจะมอบหมายให้จัดทำโครงงาน

- ตรวจสอบการจัดทำรายงานสหกิจศึกษาของนักศึกษาสหกิจศึกษาหลักสูตรรายวิชาสหกิจศึกษาได้กำหนดให้นักศึกษาจัดทำรายงานโครงงานสหกิจศึกษาโดยในการจัดทำรายงานนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบรายงานจากพนักงานที่ปรึกษาเพื่อให้ข้อเสนอแนะในการเขียนรายงานสหกิจศึกษา

- ดูแล ตรวจสอบ และให้คำแนะนำนักศึกษาในระหว่างการปฏิบัติงานเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่


ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ
สถานประกอบการควรจ่ายค่าตอบแทนให้แก่นักศึกษาสหกิจศึกษา หรือหากสถานประกอบการไม่มีค่าตอบแทนให้นักศึกษา สถานประกอบการอาจจะจัดให้ในรูปแบบสวัสดิการอื่นๆ แทน เช่น

  • ที่พัก
  • รถรับส่ง
  • เครื่องแบบ
  • อาหารในระหว่างการปฏิบัติงาน

ประโยชน์ที่สถานประกอบการได้รับ

1. เกิดความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือทางวิชาการกับสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในด้านของการส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา

2. ระบบสหกิจศึกษาเป็นวิธีการที่ช่วยคัดเลือกให้สถานประกอบการมีนักศึกษาช่วยงานและเป็นพนักงานประจำองค์กรต่อไปในอนาคต ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน

3. พนักงานประจำมีนักศึกษาช่วยงาน และสามารถทำงานที่สำคัญได้มากขึ้น

4. สถานประกอบการได้อาจารย์ที่มีคุณภาพเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ

5. สถานประกอบการได้นักศึกษาที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ

6. สถานประกอบการที่รับนักศึกษาสหกิจศึกษาจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรง (หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า) ภายใต้กฏหมายได้แก่

6.1. มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545

6.2. มาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 (ซึ่งออกเพื่อรองรับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545) ซึ่งได้แก่ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้

- ค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุ

- ค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่นักศึกษาสหกิจศึกษาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแต่ไม่ตํ่ากว่าครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างขั้นตํ่าสูงสุด

- ค่าสวัสดิการ เช่น เงินรางวัล ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทางระหว่างจังหวัดค่าเครื่องแบบ เป็นต้น ทั้งต้องระบุรายการเหล่านี้ไว้ในแบบเสนองานสหกิจศึกษา (สก.ค 01)

- ค่าวัสดุอุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ในการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาและไม่รวมกับที่ใช้ในการประกอบกิจการปกติของสถานประกอบการโดยจะต้องระบุรายการ จำนวนและราคาของวัสดุอุปกรณ์นั้นให้ชัดเจน

- ค่าวิทยากรภายนอกที่จ้างมาเฉพาะเพื่อฝึกอบรมนักศึกษาสหกิจศึกษาและนอกจากนั้นสถานประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์จากทางภาษี (หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า) ด้วยการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถานประกอบการของรัฐภายใต้กฏหมาย 2 ฉบับ ได้แก่

1. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547

2. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 476) พ.ศ. 2551

User Rating: 3 / 5

Star ActiveStar ActiveStar ActiveStar InactiveStar Inactive

หน้าที่และข้อแนะนำในการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

1. หมั่นฝึกฝนทักษะและเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการอย่างต่อเนื่องก่อนไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

2. ติดตามข่าวสารการจัดหาสถานประกอบการและประสานกับเจ้าหน้าที่สหกิจศึกษาสมํ่าเสมอ

3. ปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยและข้อบังคับของสถานประกอบการ

4. แต่งกายตามระเบียบตามที่ทางสถานประกอบการกำหนด

5. ติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่หน่วยงานสหกิจศึกษาและฝึกงานของนักศึกษาอย่างสมํ่าเสมอ

6. หากมีปัญหาในการปฏิบัติงานให้ติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่สหกิจศึกษาและฝึกงานโดยทันที

7. จัดทำเอกสารสหกิจศึกษาส่งให้ตรงตามกำหนดเวลา

8. ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจากพนักงานที่ปรึกษาอย่างเต็มความสามารถ

9. ต้องไม่ประพฤติตนในทางใดๆ ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อมหาวิทยาลัยและคณะ

 

บทบาทของนักศึกษาสหกิจศึกษาในสถานประกอบการ

1. ปฏิบัติงานเต็มเวลา เสมือนเป็นพนักงานคนหนึ่งของสถานประกอบการ

2. มีหน้าที่รับผิดชอบที่แน่นอนตามที่ได้รับมอบหมาย

3. ปฏิบัติงานสอดคล้องกับสาขาวิชาที่ตนเองศึกษา


ประโยชน์ที่นักศึกษาจะได้รับจากการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

1. ประสบการณ์วิชาชีพตามสาขาวิชาที่เรียนเพิ่มเติมจากห้องเรียน

2. เรียนรู้และพัฒนาตนเอง ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น รับผิดชอบ และมั่นใจในตนเองมากขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของสถานประกอบการ

3. เรียนรู้และมีทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

4. ได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน (ตามความเหมาะสมและตามเกณฑ์ที่สถานประกอบการกำหนด)

5. สามารถเลือกสายอาชีพได้ถูกต้องตรงตามความถนัดของตนเอง

6. เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการทำงานมากขึ้นและมีโอกาสได้รับการเสนองานก่อนสำเร็จการศึกษา

User Rating: 2 / 5

Star ActiveStar ActiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

อาจารย์นิเทศงาน / อาจารย์ที่ปรึกษา

คณาจารย์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญต่อการดำเนินงานสหกิจศึกษาของคณะวิทยาการจัดการ ซึ่งทางคณะได้กำหนดคุณสมบัติของอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่กำหนดไว้ โดยมีรายเอียดดังนี้


คุณสมบัติของอาจารย์ที่ปรึกษา

1. ผ่านการอบรมการนิเทศงานสหกิจศึกษา จากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

2. เป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาของนักศึกษาที่ไปปฏิบัติงาน

3. มีประสบการณ์การเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา

4. มีความรู้ควาเข้าใจเกี่ยวกับสหกิจศึกษาเป็นอย่างดี


บทบาทและหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาสหกิจศึกษา

1. ให้คำแนะนำเป็นที่ปรึกษาโครงงานสหกิจศึกษา และร่วมปรึกษาหารือร่วมกับสถานประกอบการ

2. ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างนักศึกษา สถานประกอบการ และอาจารย์ผู้จัดการวิชาสหกิจศึกษา

3. รับรองคุณภาพที่ได้รับการเสนองานจากสถานประกอบการ

4. ให้คำแนะนำการลงทะเบียนเรียนวิชาสหกิจศึกษา

5. เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอสัมมนาสหกิจศึกษา และให้ข้อเสนอแนะ

6. ประเมินผลการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาของนักศึกษาที่อยู่ในความดูแล

7. นิเทศงานสหกิจศึกษาระหว่างที่นักศึกษาปฏิบัติงานสหกิจศึกษา


การนิเทศงาน

ในระหว่างการปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษา คณะได้กำหนดให้คณาจารย์นิเทศดำเนินการนิเทศงานสหกิจศึกษา ณ สถานประกอบการ อย่างน้อย 1 ครั้ง ของการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา โดยทางสถานประกอบการต้องจัดที่ประชุมร่วมกันระหว่างคณาจารย์นิเทศและนักศึกษาสหกิจศึกษา ทั้งนี้เพื่อหารือกับสถานประกอบการและติดตามผลการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในหัวข้อต่อไปนี้

  • รูปแบบและการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาของคณะ
  • แผนการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน
  • รายงานสหกิจศึกษา
  • ลักษณะงานสหกิจศึกษาที่สถานประกอบการมอบหมาย
  • ปัญหาต่างๆ ที่สถานประกอบการพบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา
  • ผลการปฏิบัติของนักศึกษาและความประพฤติกรรม
  • ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษา

ประโยชน์ที่อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการสหกิจศึกษาของคณะได้รับ

  1. คณาจารย์และผู้บริหารของคณะสามารถกำหนด หรือพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยและสอดคล้องตรงกับความต้องการของตลาดแรงในปัจจุบัน
  2. เป็นการเพิ่มศักยภาพของอาจารย์และเพิ่มประสบการณ์ในภาคปฏิบัติและสามารถนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาประยุกต์ พัฒนา กับการเรียนการสอนภายในห้องเรียนได้
  3. อาจารย์สามารถนำความรู้หรือประสบการณ์ที่ได้รับมาบูรณาการกับการทำงานวิจัยได้

User Rating: 4 / 5

Star ActiveStar ActiveStar ActiveStar ActiveStar Inactive

ประโยชน์ของสหกิจศึกษา

ประโยชน์ที่ นักศึกษา จะได้รับจากการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา

1. ประสบการณ์วิชาชีพตามสาขาวิชาที่เรียนเพิ่มเติมจากห้องเรียน

2. เรียนรู้และพัฒนาตนเอง ที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่น รับผิดชอบ และมั่นใจในตนเองมากขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของสถานประกอบการ

3. เรียนรู้และมีทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

4. ได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน (ตามความเหมาะสมและตามเกณฑ์ที่สถานประกอบการกำหนด)

5. สามารถเลือกสายอาชีพได้ถูกต้องตรงตามความถนัดของตนเอง

6. เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการทำงานมากขึ้นและมีโอกาสได้รับการเสนองานก่อนสำเร็จการศึกษา


ประโยชน์ที่ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการสหกิจศึกษา ได้รับ

1. คณาจารย์และผู้บริหารของคณะสามารถกำหนด หรือพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยและสอดคล้องตรงกับความต้องการของตลาดแรงในปัจจุบัน

2. เป็นการเพิ่มศักยภาพของอาจารย์และเพิ่มประสบการณ์ในภาคปฏิบัติและสามารถนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาประยุกต์ พัฒนา กับการเรียนการสอนภายในห้องเรียนได้

3. อาจารย์สามารถนำความรู้หรือประสบการณ์ที่ได้รับมาบูรณาการกับการทำงานวิจัยได้


ประโยชน์ที่ สถานประกอบการ ได้รับ

1. เกิดความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือทางวิชาการกับสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในด้านของการส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา

2. ระบบสหกิจศึกษาเป็นวิธีการที่ช่วยคัดเลือกให้สถานประกอบการมีนักศึกษาช่วยงานและเป็นพนักงานประจำองค์กรต่อไปในอนาคต ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน

3. พนักงานประจำมีนักศึกษาช่วยงาน และสามารถทำงานที่สำคัญได้มากขึ้น

4. สถานประกอบการได้อาจารย์ที่มีคุณภาพเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ

5. สถานประกอบการได้นักศึกษาที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ

6. สถานประกอบการที่รับนักศึกษาสหกิจศึกษาจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรง (หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า) ภายใต้กฏหมายได้แก่

6.1. มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545

6.2. มาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 (ซึ่งออกเพื่อรองรับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545) ซึ่งได้แก่ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้

- ค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุ

- ค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่นักศึกษาสหกิจศึกษาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแต่ไม่ตํ่ากว่าครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างขั้นตํ่าสูงสุด

- ค่าสวัสดิการ เช่น เงินรางวัล ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทางระหว่างจังหวัดค่าเครื่องแบบ เป็นต้น ทั้งต้องระบุรายการเหล่านี้ไว้ในแบบเสนองานสหกิจศึกษา (สก.ค 01)

- ค่าวัสดุอุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ในการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาและไม่รวมกับที่ใช้ในการประกอบกิจการปกติของสถานประกอบการโดยจะต้องระบุรายการ จำนวนและราคาของวัสดุอุปกรณ์นั้นให้ชัดเจน

- ค่าวิทยากรภายนอกที่จ้างมาเฉพาะเพื่อฝึกอบรมนักศึกษาสหกิจศึกษาและนอกจากนั้นสถานประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์จากทางภาษี (หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า) ด้วยการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถานประกอบการของรัฐภายใต้กฏหมาย 2 ฉบับ ได้แก่

1. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547

2. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 476) พ.ศ. 2551