User Rating: 5 / 5

Star ActiveStar ActiveStar ActiveStar ActiveStar Active
 

สถานประกอบการ

สถานประกอบการเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้นักศึกษาสหกิจศึกษาสามารถพัฒนาทักษะต่างๆ รวมถึงองค์ความรู้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสถานประกอบการจะต้องมีความพร้อมในด้านของบุคลากร นโยบาย งบประมาณ สวัสดิการ ทรัพยากร ฯลฯ และที่สำคัญต้องมีตำแหน่งงานที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษาด้วย ดังนั้นคณะวิทยาการจัดการจึงได้กำหนดบทบาทและหน้าที่ของสถานประกอบการ ดังต่อไปนี้


บทบาทและหน้าที่ของฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์

ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ของสถานประกอบการจะทำหน้าที่ประสานงานกับทางคณะเพื่อจะรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานสหกิจศึกษา รวมทั้งให้คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนจะเข้าปฏิบัติงาน


บทบาทและหน้าที่พนักงานที่ปรึกษา

บุคคลที่สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการปฏิบัติงานของนักศึกษา ให้คำปรึกษา ติดตาม และแนะนำการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา ตลอดระยะเวลา 16 สัปดาห์ อาจจะเป็นผู้บังคับบัญชาหรือหัวหน้าส่วนงานซึ่งเป็นผู้มีความสำคัญที่จะทำให้การปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาสำเร็จไปได้ด้วยดี ดังนั้นพนักงานที่ปรึกษาควรมีภาระหน้าที่ ดังนี้

- กำหนดลักษณะงานและแผนงานการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาภายในสัปดาห์แรกของการปฏิบัติงาน พนักงานที่ปรึกษา ควรจะกำหนดขอบข่ายหน้าที่ ตำแหน่งงานของนักศึกษาสหกิจศึกษา รวมถึงแผนการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาเพื่อจะมอบหมายให้จัดทำโครงงาน

- ตรวจสอบการจัดทำรายงานสหกิจศึกษาของนักศึกษาสหกิจศึกษาหลักสูตรรายวิชาสหกิจศึกษาได้กำหนดให้นักศึกษาจัดทำรายงานโครงงานสหกิจศึกษาโดยในการจัดทำรายงานนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบรายงานจากพนักงานที่ปรึกษาเพื่อให้ข้อเสนอแนะในการเขียนรายงานสหกิจศึกษา

- ดูแล ตรวจสอบ และให้คำแนะนำนักศึกษาในระหว่างการปฏิบัติงานเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่


ค่าตอบแทนและสวัสดิการต่างๆ
สถานประกอบการควรจ่ายค่าตอบแทนให้แก่นักศึกษาสหกิจศึกษา หรือหากสถานประกอบการไม่มีค่าตอบแทนให้นักศึกษา สถานประกอบการอาจจะจัดให้ในรูปแบบสวัสดิการอื่นๆ แทน เช่น

  • ที่พัก
  • รถรับส่ง
  • เครื่องแบบ
  • อาหารในระหว่างการปฏิบัติงาน

ประโยชน์ที่สถานประกอบการได้รับ

1. เกิดความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือทางวิชาการกับสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรในด้านของการส่งเสริมสนับสนุนทางการศึกษา

2. ระบบสหกิจศึกษาเป็นวิธีการที่ช่วยคัดเลือกให้สถานประกอบการมีนักศึกษาช่วยงานและเป็นพนักงานประจำองค์กรต่อไปในอนาคต ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน

3. พนักงานประจำมีนักศึกษาช่วยงาน และสามารถทำงานที่สำคัญได้มากขึ้น

4. สถานประกอบการได้อาจารย์ที่มีคุณภาพเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ

5. สถานประกอบการได้นักศึกษาที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ

6. สถานประกอบการที่รับนักศึกษาสหกิจศึกษาจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรง (หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า) ภายใต้กฏหมายได้แก่

6.1. มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545

6.2. มาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 437) พ.ศ. 2548 (ซึ่งออกเพื่อรองรับมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545) ซึ่งได้แก่ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้

- ค่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุ

- ค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่นักศึกษาสหกิจศึกษาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแต่ไม่ตํ่ากว่าครึ่งหนึ่งของอัตราค่าจ้างขั้นตํ่าสูงสุด

- ค่าสวัสดิการ เช่น เงินรางวัล ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทางระหว่างจังหวัดค่าเครื่องแบบ เป็นต้น ทั้งต้องระบุรายการเหล่านี้ไว้ในแบบเสนองานสหกิจศึกษา (สก.ค 01)

- ค่าวัสดุอุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ในการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาและไม่รวมกับที่ใช้ในการประกอบกิจการปกติของสถานประกอบการโดยจะต้องระบุรายการ จำนวนและราคาของวัสดุอุปกรณ์นั้นให้ชัดเจน

- ค่าวิทยากรภายนอกที่จ้างมาเฉพาะเพื่อฝึกอบรมนักศึกษาสหกิจศึกษาและนอกจากนั้นสถานประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์จากทางภาษี (หักค่าใช้จ่าย 2 เท่า) ด้วยการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถานประกอบการของรัฐภายใต้กฏหมาย 2 ฉบับ ได้แก่

1. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547

2. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 476) พ.ศ. 2551